ข้อดีข้อเสียของการใช้ Canva แบบฟรี | เว็บไซต์สุดใช้ง่าย

ข้อดีข้อเสียของการใช้ Canva แบบฟรี | เว็บไซต์สุดใช้ง่าย

Canva เป็นเว็บไซต์ที่หลายๆคนน่าจะรู้จักกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบง่ายๆ การทำโฆษณา การสร้างโพส หรือแม้แต่การออกแบบภาพปกบน YouTube เราก็สามารถทำได้ง่ายๆบน Canva บทความนี้ผมจะขออธิบายว่าเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น Canva นั้นมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง และที่หลายคนอาจจะสนใจมากกว่าก็คือทริคในการทำให้เว็บ Canva นั้นใช้งานได้ดีกว่าเดิมคืออะไร

Canva คืออะไร

Canva คือเว็บไซต์สำหรับการออกแบบกราฟิก สำหรับสื่อการตลาดต่างๆ เช่น ภาพสำหรับโซเชียลมีเดีย การพรีเซ้นงาน การออกแบบโพสเตอร์ และสื่อภาพในรูปแบบอื่นๆ Canva ทำให้การออกแบบทำได้ง่ายขึ้นด้วยเทมเพลตและตัวอย่างที่ผู้ใช้สามารถนำไปเป็นฐานในการออกแบบได้

อนึ่ง บทความนี้ผมจะพูดเรื่องข้อดีข้อเสียของ Canva สำหรับการใช้แบบฟรี สำหรับคนที่สนใจ Canva แบบเสียเงินสามารถ อ่านรีวิว Canva Pro ได้ที่นี่ (Canva แบบเสียเงินสมาชิกรายเดือนหรือรายปี)

ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบแผ่นพับ ทำเพจเฟสบุ๊ค ทำโปสเตอร์ หรือสร้าง Resume เพื่อสมัครงานเราก็สามารถทำผ่าน Canva ได้ และที่ผมต้องขอย้ำก็คือทำได้ง่ายมาก และที่สำคัญกว่าก็คือทำได้ฟรีด้วย

ในสมัยก่อน หากเราอยากจะออกแบบอะไรที เราก็ต้องใช้โปรแกรมอย่าง Photoshop ซึ่งถึงแม้ว่า Photoshop จะเป็นโปรแกรมที่ทำอะไรได้เยอะและได้ลดราคามาเยอะมากแล้ว แต่โปรแกรมนี้ก็ใช้งานยากมาก เรียกว่าไม่เหมาะสำหรับมือใหม่เลยจริงๆ

หรือสำหรับคนที่นิยมใช้มือถือเป็นหลัก แอพออกแบบอื่นๆแบบฟรีก็มีเยอะ อย่างไรก็ตาม หากคุณได้เล่นเรื่อยๆคุณก็จะสังเกตว่าแอพเหล่านี้มีข้อจำกัดบางอย่าง บางแอพก็จะให้เราใส่โลโก้แอพลงไปถ้าเราไม่จ่ายเงิน บางแอพก็ใช้งานยาก บางแอพก็ไม่ได้มีเทมเพลตฟรีๆ สำหรับคนที่ไม่ได้มีทักษะด้านการออกแบบมากมาย ผมก็ยังคิดว่าแอพเหล่านี้ดีไม่เท่า Canva อยู่ดี

ที่ผมพูดอวยขนาดนี้ก็เพราะ Canva นั้นดีจริงๆ อย่างไรก็ตามจากประสบการณ์ที่ผมเล่น Canva มาเป็นปี เรียกว่าใช้งานแทบจะทุกอาทิตย์ ในบทความนี้ผมก็อยากจะขอแนะนำข้อดีและข้อเสียของ Canva เพื่อที่เราจะได้เข้าใจว่า Canva เหมาะกับการใช้งานของเราแค่ไหน

5 ข้อดีของ Canva ที่คุณควรรู้

#1 การใช้งานที่ง่ายแบบ Drag&Drop

สาเหตุที่หลายคนชอบ Canva มากก็เพราะฟิเจอร์ Drag&Drop ที่เราสามารถลากภาพและ element ต่างๆที่ใช้ในการออกแบบมาได้เลย การ Drag&Drop ทำให้การใช้งานของเราง่ายขึ้น 

พอมารวมกับภาพฟรีๆและ element ฟรีๆใน Canva ที่มีให้เลือกเยอะ และพอมาเทียบกับ Photoshop ที่ต้องปรับนู่น Export Import นี่แล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่หลายคนชอบใช้ Canva เอามากๆ

#2 ของฟรีและดี ที่มีจริง

สุดท้ายแล้ว เราก็ดูโปรแกรมพวกนี้ด้วยความคุ้มค่า ผมคิดว่าคงมีแอพหรือโปรแกรมอื่นๆที่ใช้งานได้ง่ายกว่าและออกแบบออกมาได้สวยกว่า Canva แต่ก็คงไม่มีตัวเลือกไหนที่คุ้มราคาเท่า Canva แล้ว

หากเรานำฟิเจอร์ต่างๆที่เราได้จาก Canva มารวมกับราคาที่ฟรี เราก็จะได้หนึ่งเว็บไซต์ด้านการออกแบบที่ดีที่สุดในโลก

#3 การใช้งานที่หลากหลาย

เราสามารถใช้ Canva ทำอะไรได้หลากหลายมาก ส่วนมากเราก็ใช้ทำภาพโฆษณา ทำรายงานส่งอาจารย์ ทำงานพรีเซ้นต์ต่างๆ หรือแม้แต่ทำ Resume เพื่อสมัครงาน อย่าลืมว่าสิ่งเหล่านี้เราทำได้หมด ที่สำคัญก็คือทำได้ง่ายและทำได้ฟรีด้วย และเราก็สามารถส่งลิงค์ภาพเหล่านี้ให้เพื่อนเราดูได้ด้วย (แต่จริงๆแล้วแค่เซฟภาพออกมาแล้วก็ส่งให้เพื่อนก็ไม่ได้ลำบากอะไร)

#4 Template สำหรับคนที่ออกแบบไม่เป็น

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ Canva มีการใช้งานหลากหลายก็เพราะ Canva มี Template ฟรีๆ ให้เราใช้ ในส่วนนี้ต่อให้เราไม่ใช่คนที่เก่งด้านการออกแบบ เราก็สามารถหาต้นแบบหรือแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ Canva เตรียมให้เราอยู่แล้ว ซึ่ง Template นี้ก็มาในหลายขนาด หลายรูปแบบการใช้งาน ทำให้สามารถตอบโจทย์ทุกคนแน่นอน

#5 ข้อมูลเชื่อมกันทั้งมือถือและคอม

เราสามารถใช้งาน Canva ได้ทั้งในมือถือและในคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญก็คือข้อมูลและภาพที่เราออกแบบมานั้นสามารถเชื่อมโยงกันได้ สิ่งที่เราออกแบบมาในคอมก็สามารถนำมาเปิดในมือถือได้ 

สำหรับคนทั่วไปข้อดีนี้อาจจะไม่สำคัญมาก แต่หากเราทำงานบนทั้งคอมและในมือถือ หรือหากเรามีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง ฟิเจอร์นี้ก็ทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก ที่สำคัญก็คือความจุข้อมูลส่วนนี้ก็มากถึง 5GB (คือใช้ฟรีแล้วยังให้ความจุเยอะอีก)

5 ข้อเสียของ Canva ที่เราต้องเข้าใจ

#1 Font ภาษาไทยมีจำกัด

สำหรับคนที่ใช้งาน Canva เพื่อการออกแบบอะไรที่เป็นภาษาไทย เราก็จะเห็นได้ว่า Font ภาษาไทยบน Canva นั้นมีจำกัดมาก (มี Font เดียว) ผมมองว่า Font ที่มีอยู่อ่านง่ายและดูสวยดี แต่ถ้าเราใช้ไปเรื่อยๆเราก็อาจจะเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เราออกแบบมาเริ่มซ้ำ ดูไม่ค่อยแตกต่างจากภาพอื่นๆที่เราทำมา

#2 ภาพฟรีแต่มีจำกัด

Canva เป็นเว็บไซต์ที่มีภาพ Stock Photo และ Element ฟรีต่างๆให้เราเลือกใช้ได้เยอะ แต่ความฟรีก็มีจำกัดเพราะหากเราใช้ไปเรื่อยๆเราก็จะเริ่มรู้สึกว่าตัวเลือกเราไม่ได้เยอะมากอย่างที่เราคิด ในส่วนนี้เราก็อาจจะไปโหลดภาพที่อื่นมาใช้ หรือจะจ่ายเงินสามสิบบาทเพื่อซื้อภาพใหม่ๆจาก Canva ก็ได้ 

สรุปก็คือหากคุณอยากจะใช้ฟรีไปเรื่อยๆ คุณก็ต้องเตรียมใจไว้ว่าสิ่งที่คุณทำออกมาอาจจะไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นที่เล่น Canva เท่าไร

#3 ภาพที่มีพื้นภาพโปร่งใส (Transparent Background)

Canva จะชอบแสดงให้เราเห็นได้ว่ามีฟิเจอร์นู้นฟิเจอร์นี้ แต่จริงๆฟิเจอร์เหล่านี้จะอยู่ในโปรแกรมสมาชิกที่ต้องจ่ายเงินครับ (ถึงจะจ่ายไม่เท่าไรก็เถอะ) 

หนึ่งในฟิเจอร์ที่ถูกซ้อนอยู่หลัง Canva Pro ที่ผมอยากใช้มากคือ การใช้ภาพที่มีพื้นภาพโปร่งใส (transparent background) ซึ่งในส่วนนี้ผมต้องออกแบบใน Canva และนำไฟล์เข้าไปแต่งต่อใน Photoshop อีกที ยิ่งเราอยากทำภาพที่มีส่วนประกอบเยอะๆก็ยิ่งยุ่งยาก บางครั้งผมก็ตัดใจทำใน Photoshop แทนไปเลยทั้งหมด (หรือจะใช้เว็บ Remove.bg เพื่อตัดต่อภาพง่ายๆมาลง Canva ก็ได้)

#4 การเซฟภาพ

การเซฟภาพเป็นอีกหนึ่งฟิเจอร์ที่ถูกจำกัดไว้หลัง Canva Pro หากเราอยากจะเซฟออกมาเป็น JPEG GIF PDF ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่บางครั้งเราก็ต้องการเปลี่ยนขนาดมิติและขนาดของภาพ (dimension and file size)

หากคุณใช้ Canva เพื่อสร้างโฆษณา หรือใช้เพื่อทำเว็บไซต์ คุณก็จะรู้ว่ามันน่าหงุดหงิดมากที่เราต้องค่อยๆออกแบบภาพสำหรับแต่ละมิติ และ ต้องนำภาพพวกนี้ไปย่อขนาดเพื่อให้เว็บไซต์โหลดได้เร็วมากขึ้นอีกที งานพวกนี้ผมทำเป็นชั่วโมงเลยเหมือนกัน

#5 ปัญหาด้านความปลอดภัย

ในปี 2019 Canva ประสบปัญหาเรื่อง ‘การถูกแฮกข้อมูล’ หมายถึงมีข้อมูลผู้ใช้งานมากกว่า 139 ล้านคนที่ถูกแฮกหรือขโมยออกไป ข้อมูลเหล่านี้ได้แก่ ชื่อจริงของผู้ใช้ ข้อมูลที่อยู่ รหัสผ่าน และ username 

จริงๆแล้วปัญหาด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งที่เว็บใหญ่ๆทุกที่โดนกันหมด แต่ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเราควรจะระวังไว้อย่างมากว่าเราให้ข้อมูลอะไร Canva ไปบ้าง ทางที่ดีเราควรสมัครอีเมลใหม่และใช้ข้อมูลอีเมลนี้เพื่อใช้งาน Canva มากกว่า (แน่นอนว่าเราไม่ควรใช้ รหัสผ่านเดียวกันกับรหัสผ่านประจำของเรา)

โดยรวมแล้ว ผมมองว่า Canva เป็นเว็บไซต์ที่ใช้งานง่ายและดีมากๆ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ คนที่ออกแบบไม่เก่งนัก แต่หากเราใช้งานไปนานๆ เราก็จะเริ่มหงุดหงิดเพราะข้อจำกัดนู่นนี่เยอะเหลือเกิน

สุดท้ายนี้นะครับ ผมมองว่าข้อเสียและข้อจำกัดหลายๆอย่างของ Canva นั้นสามารถแก้ได้ง่ายๆ ด้วยการ ‘จ่ายเงิน’ หมายถึงการสมัครเป็นสมาชิก Canva Pro ด้วยค่าใช้จ่ายประมาณ 300-400 บาทต่อเดือน สำหรับผมที่ใช้งาน Canva ทุกอาทิตย์และใช้เพื่อการทำงานหาเงิน ผมมองว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็สมราคาดี

หากคุณสนใจ Canva Pro จริงๆแล้วคุณสามารถสมัครและทดลองใช้ฟรีได้ 30 วันนะครับ สามารถคลิกที่นี่เพื่อสมัครได้เลย ด้วยซ้ำ หรือหากยังลังเลอยู่ก็ลองอ่าน บทความรีวิวข้อดีข้อเสียของ Canva Pro ที่ผมเขียนไว้ก็ได้ครับ

Tiger

เจ้าของบล็อก TWN ชอบอ่านหนังสือและข่าวธุรกิจทั้งในไทยและนอกประเทศ พออ่านมาเยอะก็เลยอยากนำความรู้มาแบ่งปัน

บทความล่าสุด